ธารณีสูตรบทนี้บังเกิดขึ้นเพราะคหบดีชื่อ สุจันทร ผู้อาศัยในเมืองโกสัมพีเป็นปฐมเหตุ แม้ท่านจะ
มีบริวารมากมาย แต่เพราะเมตตาสงสารสรรพสัตว์อื่นๆ ที่อัตคัดยากจน และผู้มีโรคมากรุมเร้ากายาทุกข์
ทรมาน จึงทูลถามกุศโลบายในการแก้ปัญหาและปลดเปลื้องทุกข์ของสรรพสัตว์ต่างๆ ต่อองค์พระสัมมา
พุทธเจ้า
เพราะขาดแคลนปัจจัยในการดำรงชีวิต ย่อมเป็นผู้มีโรค เมื่อมีโรครุมเร้า กายย่อมเป็นทุกข์ เมื่อ
กายเป็นทุกข์ใจย่อมเป็นทุกข์ และเมื่อใจเป็นทุกข์ก็ย่อมบำเพ็ญธรรมให้พ้นจากทุกข์ไม่ได้ ด้วยเหตุปัจจัยนี้
จึงต้องแก้ที่เหตุคือความยากจนของสรรพสัตว์ทางร่างกายในเบื้องต้น แล้วจึงแก้ปัญหาทางจิตวิญญาณใน
ภายหลัง
พระสูตรนี้ระบุว่า สุจันทรคหบดี แม้มีสมบัติและบริวารมาก แต่ก็ยังปรารถนาสมบัติอีกมากมาย
เพื่อบริจาคทานแก่สรรพสัตว์อื่นให้ทั่วถึงยิ่งขึ้นอีก เช่นนี้ถือว่าท่านเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญบารมีของ
พระโพธิสัตว์ เพราะว่าท่านมีทรัพย์แต่ไม่ยึดติดในทรัพย์ ในพระสูตรและอรรถกถาหลายปกรณ์กล่าวว่า
พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งปวงมิได้ตระหนี่หรือหวงแหนทรัพย์สมบัติไว้ แต่ทรงยินดีมอบให้สรรพ
สัตว์อย่างไม่สิ้นสุด เพื่อบำบัดทุกข์ร้อนนั้นๆ
แต่ทว่าเพราะหมู่สัตว์เองเป็นผู้โลภมาก และตระหนี่ถี่เหนียว ไม่รู้จักบริจาคทาน ใช้ทรัพย์เป็นโทษ
แก่ตนเองและผู้อื่น เมื่อไร้กุศลมูลแห่งการให้ทาน จึงส่งผลให้ยากจนข้นแค้น เช่นนี้ ท่านจึงไม่ประทาน
ทรัพย์เช่นว่าให้ ฉะนั้นหากสาธุชนใด ที่ได้พบพระสูตรและธารณีนี้ถือเป็นวาสนาตามที่ระบุไว้ในพระสูตร ที่
จะได้หลุดพ้นจากความยากจนและโรคร้าย หากปฏิบัติบูชาด้วยศรัทธาจริงใจ เพราะธารณีมนตร์นี้มีอรรถะ
ใจความนมัสการพระคุณของพระศากยมุนีพุทธเจ้า พระวัชรธรสาครนิรโฆษายพุทธเจ้า และพระวสุธรา
โพธิสัตว์ เพื่อขอบารมีค้ำจุน มิมีใจความแห่งกิเลสความโลภเลย
หากผู้ปฏิบัติบำเพ็ญแล้ว เกิดลาภผลกับตน ก็จงนำแบ่งออกบริจาคทานในทางที่ถูกต้องเช่นธรรม
ทาน และการปลดปล่อยชีวิตสัตว์ จะทำให้ลาภผลนั้นเพิ่มพูนไม่หมดสิ้น แต่หากมีความตระหนี่หวงแหน
ทรัพย์สินที่มีก็จะหมดอย่างรวดเร็ว
อาตมาภาพขออำนาจแห่งพระรัตนตรัย พระวสุธราโพธิสัตว์โปรดบันดาลให้สรรพสัตว์ทั้งปวงหลุด
พ้นจากความยากจนและโรคร้าย ได้เป็นทายก ทายิกาผู้อุปถัมภ์พระศาสนาด้วยปัญญา และเป็นทานบดีที่
ยิ่งใหญ่ให้ทานแก่สรรพสัตว์ได้ไม่รู้หมดสิ้นและไม่หวงแหนเทอญ